ประโยชน์ 4 ข้อ ที่ทำให้เครื่องปั่นสมูทตี้ เป็นของใช้ที่ต้องมีคู่ครัวเรือน

ประโยชน์ 4 ข้อ ที่ทำให้เครื่องปั่นสมูทตี้ เป็นของใช้ที่ต้องมีคู่ครัวเรือน

ประโยชน์ 4 ข้อ ที่ทำให้เครื่องปั่นสมูทตี้ เป็นของใช้ที่ต้องมีคู่ครัวเรือน

            เครื่องดื่มสมูทตี้” ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยคืนความสดชื่นให้กับร่างกาย ต่อสู้กับสภาพอากาศที่ร้อนแรงของประเทศไทยได้ นอกจากนี้ ยังจัดเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ เนื่องจากสามารถเลือกผสมผสานผักและผลไม้ได้หลากหลายชนิด ในแบบที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม เมนูแสนอร่อยจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากขาด “เครื่องปั่นสมูทตี้” ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้หลายครัวเรือน ต่างมีเครื่องปั่นชนิดนี้กันไว้ในครอบครอง เพราะนอกจากสร้างความอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกดังต่อไปนี้

1.เครื่องปั่นสมูทตี้ เปรียบเมือนตัวช่วยดูแลสุขภาพ

หากมีเครื่องปั่นชนิดนี้ติดบ้านไว้ทุกครัวเรือน ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะอย่างที่บอกไป ว่าสามารถเลือกผสมผสานผักและผลไม้ได้หลากหลายชนิด เพื่อทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในแบบที่ต้องการได้ไม่ซ้ำใคร ดังนั้น เมื่อมีเวลาว่าง ๆ ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น ก็สามารถทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทานได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเสียเงินไปหาซื้อกินที่ร้าน

2.เครื่องปั่นสมูทตี้ ประหยัดเวลาและสะดวก

หลายต่อหลายครั้ง ที่ต้องสละเวลาอันมีค่าออกจากบ้าน เพื่อไปหาซื้อเมนูสมูทตี้แสนอร่อย มาดื่มให้ชื่นใจ ดับกระหาย คลายร้อน อย่างไรก็ตาม ของอร่อยก็ยากที่จะหักห้ามใจ ให้กินเพียงครั้งเดียวได้ยากมาก ดังนั้น การมีเครื่องปั่นชนิดนี้ติดบ้านไว้ จึงเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง เพราะสามารถทำกินตอนไหนก็ได้ ตามใจต้องการ กำหนดได้ทั้งปริมาณและความคุ่มค่า ที่จะได้รับและช่วยประหยักค่าใชจ่ายอีกด้วย

3.เครื่องปั่นสมูทตี้ ช่วยสร้างอาชีพได้

นับว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เครื่องใช่ที่มีประโยชน์อย่างมาก อีกทั้งยังเข้ากับยุคนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะหลายคน ต่างชื่นชอบชอบเครื่องดื่มสมูทตี้ ที่ทำขึ้นจากผักและผลไม้ปั่น โดยสามารถนำมาใช้เปิดเป็นร้านเครื่องดื่มได้ อีกทั้งยังสามารถกำหนดรสชาติให้ออกมาในแบบที่เราต้องการ เพื่อช่วยเพิ่มความโดดเด่นได้อีกด้วย ที่สำคัญยังใช้ระยะเวลาไม่นานก็คืนทุนได้แล้ว เพราะทำง่าย กำไรมาก ไม่ยุ่งยาก จัดเป็นอีหนึ่งช่องทางสำหรับการหารายได้เสริม

4.เครื่องปั่นสมูทตี้ เป็นตัวช่วยดับร้อน คืนความสดชื่นให้กับร่างกาย

เพียงแค่มีเครื่องปั่นสมูทตี้ ติดบ้านเอาไว้ ก็สามารถช่วยทุกคนต่อสู้กับความร้อนแรง ของอากาศประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเนรมิตเครื่องดื่มสุขภาพที่เย็นชื่นใจมาดื่มกิน ไม่ต้องเดินฝ่าสายแดดที่ร้อนแรง เพื่อออกไปหาซื้อมากินอีกต่อไป.

หากอยากรู้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม หรือกำลังมองหาเครื่องปั่นคุณภาพดี ก็สามารถกดเข้าไปได้ที่ https://www.juicerclub.com/

บ้านและสวน 02

ต้นไม้ช่วยดูดมลพิษ ฟอกอากาศรอบบ้านให้สดชื่น

ปกติต้นไม้ทั่วไปจะดูดคาร์บอนไดออกไซด์และคายออกซิเจนออกมาเพื่อให้อากาศที่บริสุทธิ์แก่เรา แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นไม้แต่ละต้นนั้นมีประสิทธิภาพในการดูดซับมลพิษไม่เท่ากัน ต้นไม้บางต้นมีคุณสมบัติพิเศษที่มากกว่าการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งต้นไม้ที่เราจะนำมาฝากกันนี้ มีทั้งที่ปลูกไว้นอกบ้าน และที่สามารถปลูกในบ้านได้ เปลี่ยนอากาศของบ้านที่คุณรักให้สดชื่น เป็นมิตรต่อสุขภาพของครอบครัวคุณในระยะยาว

1. ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้นอกจากจะเป็นพืชสมุนไพรที่นำมาประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอดรักษาแผลและโรคต่างๆ แล้ว ต้นว่านหางจระเข้ยังมีความสามารถในการดูดซับสารพิษ จำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ซึ่งเป็นสาเหตุของการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา ปวดศีรษะ ไปจนถึงโรคหอบหืดได้อีกด้วย เพื่อให้ว่านหางจระเข้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์ควรตั้งไว้ในที่ที่แสงแดดส่องถึงและรดน้ำเป็นประจำ

2. โหระพาไทย

โหระพาไทยหรือโหระพาก้านแดง มีคุณสมบัติในการใช้ก๊าซอันตรายจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์เพื่อสังเคราะห์แสงและจะปล่อยก๊าซออกซิเจนคืนกลับมา อีกทั้งกลิ่นของโหระพายังช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ และช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย โหระพาเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดมากและต้องรดน้ำทุกวันวันละ 1 ครั้ง เหมาะที่จะปลูกบริเวณระเบียงหรือริมหน้าต่าง

บ้านและสวน 01

3. พลูด่าง

พลูด่างเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกันมากที่สุดชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่าเรามักจะพบว่าพลูด่างมักจะถูกปลูกในห้องน้ำหรือในสำนักงาน ไม่ใช่เพียงเพราะพลูด่างเติบโตได้ดีในที่แสงน้อยเท่านั้น แต่เพราะพลูด่างสามารถดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนียที่มักมีมากในห้องน้ำ หรือสำนักงานที่มีเครื่องถ่ายเอกสารหรือเครื่องพิมพ์เขียว ได้ดีอีกด้วย และพลูด่างยังมีความสามารถคายความชื้นออกมามาก ทำให้อากาศไม่แห้งจนเกินไป

4. เฟิร์นดาบออสเตรเลีย

เป็นเฟิร์นขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถช่วยทำความสะอาดอากาศได้ดี โดยการดูดสารพิษประเภทฟอร์มัลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและเบื่ออาหาร อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นภายในอาคารได้ดีอีกด้วย อย่างไรก็ตามเฟิร์นดาบออสเตรเลียค่อนข้างละเอียดอ่อนกับสภาพอากาศเช่นเดียวกับเฟิร์นชนิดอื่นๆ ควรหมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอและไม่ควรปลูกให้รับแสงอาทิตย์โดยตรง

5. เดหลี

เดหลีมีลำต้นและใบสีเขียวเข้ม ใบมีขนาดใหญ่ ทำให้เดหลีมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษประเภทฟอร์มัลดีไฮด์ ไซลีน และโทลูอีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสีทาบ้าน กาว และยาเคลือบได้มาก และดอกเดหลียังส่งกลิ่นหอม ช่วยปรับกลิ่นอากาศภายในบ้านได้ เดหลีต้องการแสงแดดเพียงรำไรจึงสามารถปลูกไว้ภายในบ้านได้ และควรรดน้ำให้หน้าดินชุ่มอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

ที่ดินยุบตัว หนึ่งในสาเหตุบ้านทรุด ที่ตรวจสอบและแก้ไขได้

ที่ดินยุบตัว หนึ่งในสาเหตุบ้านทรุด ที่ตรวจสอบและแก้ไขได้

ที่ดินยุบตัว หนึ่งในสาเหตุบ้านทรุด ที่ตรวจสอบและแก้ไขได้

            ปัญหาดินยุบตัว” คือสิ่งที่ชวนให้หลายคนปวดหัว เพราะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้บ้านทรุดได้ หากไม่ใส่ใจปัญหาที่เกิดขึ้น ก็จะทำให้สียเวลาและเสียเงิน เพื่อซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งก่อสร้าง ดังนั้น จึงควรตรวจสอบปัญหาดินยุบตัวด้วยวิธีต่าง ๆ พร้อมทั้งศึกษาถึงวิธีแก้ปัญหาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.สืบทราบประวัติที่ดิน ปลอดภัยจากปัญหาบ้านทรุด

การตรวจสอบที่ดินป้องกันบ้านทรุด หมายถึง ให้มองย้อนกลับไป ว่าก่อนจะเป็นที่ดินว่างเปล่า ซึ่งถูกถมจนเรียบร้อยแล้วนั้น ตรงพื้นที่นี้เคยเป็นอะไรมาก่อน เช่น เป็นแอ่ง บ่อน้ำ หรืออยู่ใกล้กับแม่น้ำ รับรองได้เลยว่าต่อให้ถมดินอย่างไรก็ยุบตัวลงอยู่ดี สืบเนื่องจากดินอมน้ำมาเป็นเวลานาน บวกกับตั้งหากตั้งอยู่ใกล้กับคลองหรือแม่น้ำ ทำให้ถูกกัดเซาะตลอดเวลา

2.ป้องกันบ้านทรุด ด้วยการศึกษาจุดที่เกิดดินยุบตัว ว่าอยู่โซนไหนของกรุงเทพฯ

เป็นที่ทราบกันดีว่ากรุงเทพฯเสี่ยงต่อปัญหาบ้านทรุดมากที่สุด เนื่องจากที่ดินที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลนั้น มีอัตรายุบตัวลงประมาณ 1 เซนติเมตรเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นผลมาจากมีระดับน้ำทะเลหนุนเข้ามา ปีละปริมาณ 4 มิลลิเมตร ประกอบกับกรุงเทพฯมีพื้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล

จนส่งผลให้พื้นที่เกิดดินเป็นแอ่งและทำให้เกิดปัญหาบ้านทรุดในที่สุด ซึ่งถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาช้านาน ทั้งนี้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดของดินและทัศนียภาพบริเวณนั้นด้วย สำหรับอัตราเฉลี่ยของการทรุดตัวในแต่ละเซนติเมตรนั้น เกิดจากบ้านช่องที่ถูกสร้างลงบนดินลักษณะอ่อนนุ่มนั่นเอง

3.พิจารณาที่ดินยุบตัวช่วงหน้าฝน ช่วยให้ปลอดภัยจากบ้านทรุด

ฝนอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดดินยุบตัว จนส่งผลให้บ้านทรุดได้ แต่ฝนก็ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดูแย่ไปหมด เพราะสำหรับงานก่อสร้างหรืองานถมที่นั้น เมื่อมีฝนตกลงมาถือว่าเป็นเรื่องดีอย่างมาก เพราะจะใช้เวลานี้ตรวจสอบว่าที่ดินยุบตัวหรือไม่ โดยสามารถดูได้จากปริมาณดินที่ไหลไปกับน้ำฝน ขณะเดียวกัน หากเพิ่งถมที่ใหม่ๆ จะทำให้ดินมีความหนาแน่นขึ้น ปริมาณดินที่หลุดไปกับฝนก็มีน้อยตามไปด้วย

สำหรับการถมดินให้แน่นป้องกันบ้านทรุด แบ่งออกได้ 2 วิธี ได้แก่ 1.ถมแบบอัด เพื่อเพิ่มความหนาทีละชั้นหน้าดิน เมื่อฝนตกถูกชะล้างออกไป จัดเป็นวิธีที่สามารถป้องกันดินยุบตัวได้ดี และวิธีที่ 2 เป็นการถมแบบไม่อัด คือถมดินให้เต็มพื้นที่ทีเดียว มีข้อดีคือได้ความรวดเร็ว ส่วนข้อเสียคือ ดินยุบตัวแน่นอนหากเกิดฝนตกลงมา!!

The Unite Condo คอนโดลำลูกกาเปิดใหม่ ย่านคูคต เลี้ยงสัตว์ได้

The Unite Condo คอนโดลำลูกกาเปิดใหม่ ย่านคูคต เลี้ยงสัตว์ได้

The Unite Condo คอนโดลำลูกกาเปิดใหม่ ย่านคูคต เลี้ยงสัตว์ได้

            The Unite Condo คอนโดลำลูกกา-คูคต ของบริษัท โกลเด้น ทูบี พร็อพเพอร์ตี้จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ จ.ประทุมธานี ซ.ลำลูกกา 5 ถนนลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา อยู่ติดกับสนามบินดอนเมือง ใช้เวลาเดินทางเพียง 19 นาที และอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาที

คอนโดลำลูกกา-คูคต The Unite Condo เป็นคอนโดแบบ Low Rise ใหม่ จำนวน 8 ชั้น 1 อาคาร ผู้อยู่อาศัยสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ พร้อมด้วยห้องพักให้เลือกแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน มีขนาดเริ่มต้นอยู่ที่ 26.5-39.00 ตร.ม. ห้องมีความกว้างขวาง ราคามีความย่อมเยา ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น

สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานภายในโครงการ คอนโดลำลูกกา-คูคต The Unite Condo มีให้ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าหน้าโครงการ, ซุ้มประตูทางเข้า-ออก ไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ, กล้องวงจรปิด, ที่จอดรถ, ลิฟต์โดยสาร พร้อมด้วย รปภ. 24 ชม. ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 999,000 บาท

ข้อมูลสำคัญคอนโดลำลูกกา-คูคต The Unite Condo

1.คอนโดลำลูกกา-คูคต The Unite Condo มีทั้งหมด 1 อาคาร 8 ชั้น

2.ลักษณะห้องและขนาดห้อง แบ่งออกเป็น 1 ห้องนอน 26.50 ตร.ม. และ 2 ห้องนอน 36.00-39.00 ตร.ม.

3.มีที่จอดรถได้ประมาณ 29 คัน ในช่องจอด

4.มีลิฟต์จำนวน 1 ตัว

5.มีราคาเริ่มต้น 999,000 บาท (ราคาในวันเปิดตัว) ประมาณ 37,500 บาท/ตร.ม. (ราคาในวันเปิดตัว)

สถานที่สำคัญ ระแวกใกล้เคียงคอนโดลำลูกกา-คูคต The Unite Condo

(เรียงลำดับสถานที่จากใกล้เคียงคอนโดลำลูกกา-คูคต The Unite Condo ไปยังสถานที่ไกลที่สุดตามลำดับ)

1.สนามกีฬาธูปเตมีย์

2.ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

3.ไอที เซียร์ รังสิต

4.รพ.ปทุมเวช

5.รพ.เอกปทุม

6.สนามบินดอนเมือง

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในคอนโดลำลูกกา-คูคต The Unite Condo

1.ร้านค้าต่าง ๆ บริเวณหน้าโครงการคอนโดลำลูกกา-คูคต The Unite Condo

2.ที่จอดรถยนต์และมอเตอร์ไซด์

3.ลิฟต์ขนส่งโดยสาร

4.ไม้กั้นกระดก ระบบอัตโนมัติบริเวณทางเข้าออก

5.กล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ

6.รปภ.ประจำโรงแรม

แม่ชีตกลง ยอมขายบ้านไม้โบราณ 300 ล. นำเงินมาบำรุงศาสนา

แม่ชีตกลง ยอมขายบ้านไม้โบราณ 300 ล. นำเงินมาบำรุงศาสนา

แม่ชีตกลง ยอมขายบ้านไม้โบราณ 300 ล. นำเงินมาบำรุงศาสนา

            แม่ชี ยินยอมขายบ้านไม้โบราณ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัย ร.5 ด้วยไม้สักทองทรงปั้นหยา บนพื้นที่รวมทั้งสิ้น 167 ตารางวา อยู่ไม่ใกล้จากสถานีบีทีเอสวงเวียนใหญ่ จึงกลายเป็นทำเลทอง ที่ทำให้บ้านหลังนี้ มีมูลค่ามหาศาล ผนวกกับตัวบ้านที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป มีอายุมากกว่า 50 ปี

แม่ชีกรรณิการ์ เมื่อก่อนไม่เคยคิดขายบ้าน แต่หลังจากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็มีนายทุนของคอนโดมาติดต่อซื้อบ้านและที่ดินหลังนี้ โดยมีการเสนอราคาให้ตั้งแต่ 40 – 60 ล้านบาท จนมาถึงราคา 85 ล้านบาท แต่ก็ตอบได้ปฏิเสธไป เพราะอยากเก็บบ้านหลังนี้ ไว้ให้เป็นศูนย์รวมของลูกหลาน

เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้แม่ชีตัดสินใจขายบ้านหลังนี้

แต่แล้วไม่นาน ก็มีข่าวการประกาศขายบ้านหลังนี้อีกครั้ง โดยแม่ชีกรรณิการ์ เจ้าของบ้านเผยว่า มีคนมาซื้อและให้ราคาซื้อสูงถึง 300 ล้านบาท จึงตัดสินใจขายทันที โดยไม่ได้ลังเลใจแต่อย่างใด เพราะไม่มีใครให้ราคาสูงแบบนี้มาก่อน

ส่วนสาเหตุอีกอย่างทีทำให้ต้องขายบ้านหลังนี้ แม่ชีกรรณิการ์ เล่าว่า ลูกหลานเรียกร้องให้ขายไป เนื่องจากมีราคาสูง       เลยตัดสินใจตั้งราคาขาย 300 ล้านบาททันที หากมีคนกล้าซื้อก็กล้าให้ อย่างน้อยก็ช่วยสร้างความสงบสุขให้คนในครอบครัว และจะนำเงินไปทำบุญเพื่อบำรุงศาสนาต่อไป

นักวิชาการด้านอสังหาริมทรัพย์ วิเคราะห์ถึงประเด็นการขายบ้านครั้งนี้

การขายบ้านไม้โบราณหลังนี้ บนเนื้อที่ 167 ตารางวา ถือเป็นราคาที่สูงมาก เนื่องจากผลการประเมินราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์บริเวณนี้ จะมีราคาอยู่ที่ 60 ล้านบาทหรือตกเป็นเงินตารางวาละ 360,000 บาท เท่านั้น แต่ถ้ามีคนให้ราคาที่ 300 ล้านบาท ก็เท่ากับตารางวาละ 1.8 ล้านบาท เลยทีเดียว

นักวิชาการยังระบุอีกว่า ราคาซื้อ-ขายบ้านหลังนี้ ควรมีราคาแพงกว่าที่ดินของสถานทูตออสเตรเลีย ที่ต้องอยู่ตรงสาทร ในราคาตารางวาละ 1.45 ล้านบาท หากมองในแง่มุมของการลงทุน คงเป็นไปได้ยากที่จะมีใครมาซื้อที่ดินในบริเวณ ซึ่งมีราคาสูงถึง 300 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ขายบ้านไม้โบราณของแม่ชีท่านนี้  นักวิชาการจึงได้ขออนุโมทนาให้กับคนที่มาซื้อ และแม่ชีท่านนี้ด้วย เนื่องจากจะได้นำเงินจากการขายจำนวนหนึ่ง ไปทำบุญอย่างที่ตั้งใจไว้

“ถ้าหากมองถึงความคุ้มค่าของคนซื้อ ที่ยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากนั้น ผมคิดว่าที่ดินแปลงนี้น่าจะมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าถึงยอมจ่ายเงินซื้อในราคาที่สูง” นักวิชาการกล่าว

งานก่อสร้างรถไฟฟ้า ต้นเหตุบ้านทรุด ร้องเรียนใครดี

งานก่อสร้างรถไฟฟ้า ต้นเหตุบ้านทรุด ร้องเรียนใครดี

งานก่อสร้างรถไฟฟ้า ต้นเหตุบ้านทรุด ร้องเรียนใครดี

            สำหรับคนที่กำลังประสบปัญหา “บ้านทรุด” ที่มีสาเหตุเกิดจากการก่อสร้างรถไฟฟ้านั้น โดยส่วนมากจะเกิดจากบ้านได้รับแรงสั่นสะเทือนจากการก่อสร้างมากเกินไป หรืออาจเกิดจากขั้นต้อนเทปูนที่ไม่ดีตั่งแต่แรกเริ่มก่อสร้าง ที่ไม่เว้นช่องให้กระเบื้องขยายตัวตามหภูมิที่เปลี่ยนไป

นอกจากนี้ สาเหตุบ้านทรุด หากลองสังเกตดูจะพบว่า “กรุงเทพฯ” เป็นจังหวัดที่เกิดเหตุบ่อยมาก อันเนื่องมากจาก การก่อสร้างที่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งจะทำให้น้ำบาดาลจำนวนมาก จนทำให้น้ำจากธรรมชาติไม่สามารถเข้าไปเติมเต็มได้ทัน นี่จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างทรุดตัว

สาเหตุต่อมาที่ทำให้บ้านทรุด คือน้ำหนักของสิ่งปลูกสร้าง

น้ำหนักของสิ่งปลูกสร้าง ก็ทำให้บ้านทรุดได้เช่นกัน โดยเฉพาะน้ำหนักจาก อาคาร บ้านเรือน ถนน ที่เพิ่มมากขึ้น จนมีน้ำหนักกดทับลงไปบนชั้นดินมากไป ซึ่งทำให้เกิดการทรุดตัวของบ้านได้ นอกจากนี้ ปัญหาการทรุดตัวของบ้าน ยังเกิดจากขั้นตอนก่อสร้างได้ด้วย เช่น ขั้นตอนปิดหน้าดิน

สุดท้ายอายุการใช้งาน ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้บ้านทรุด หากบ้านหลังไหนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ๆ ก็จะส่งผลให้โครงสร้างต่าง ๆ เสื่อมลงไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะบ้านโบราณต่าง ๆ ที่มีให้เห็นอยู่มากมายในกรุงเทพฯ หากไม่ได้รับการดูแล หรือปรับปรุง ก็จะทำให้เกิดการทรุดตัวของบ้านได้เช่นกัน

สามารถร้องเรียนปัญหาบ้านทรุดที่ไหนได้บ้าง?

อันดับแรก ต้องตรวจดูก่อนว่าปัญหาบ้านทรุด เป็นที่บ้านของเราคนเดียวหรือไม่ หากตรวจพบว่า บ้านหลังอื่น ๆ ในระแวกใกล้เคียงไม่ทรุดตัวแต่อย่างใด นั่นแปลว่า อาจเกิดจากโครงสร้างบ้านของเราเอง ดังนั้น ต้องหมั่นตรวจสอบดูให้ดี ว่าการทรุดตัวมันเกิดขึ้นในส่วนไหนของบ้านบ้าง

แต่หากปัญหาบ้านทรุด เกิดขึ้นกับบ้านหลังอื่น ๆ ในระแวกใกล้เคียงด้วย ก็ให้ทำการรวบรวมรายชื่อคนที่เดือดร้อน และไปร้องเรียน รฟม. แต่ห้ามลืมไปแจ้งความ ที่สน.ก่อน เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานตอนสู้คดีได้ โดยเอารูปไปให้ตำรวจดู หรือถ้าจะไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานเขตก็ได้เช่นกัน เพื่อหาต้นเหตุที่แท้จริง

ดังนั้น เพื่อให้เกิดปัญหาบ้านทรุด เราก็สามารถป้องกันได้ โดยทำการศึกษาให้ดีก่อนว่า ในแนวทาง หรือระดับที่จะทำการก่อสร้างรถไฟฟ้า ว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งก่อสร้างข้างเคียงที่มีอยู่หรือไม่ รวมไปถึงระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ใต้ดินด้วย ถ้าทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ความสำคัญกับการวางแผนพร้อมทั้งศึกษาผลกระทบ ก่อนลงมือทําอย่างละเอียดถี่ถ้วน เชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน

กำไรเห็น ๆ เมื่อขายคอนโดให้ถูกช่วงเวลา

กำไรเห็น ๆ เมื่อขายคอนโดให้ถูกช่วงเวลา

กำไรเห็น ๆ เมื่อขายคอนโดให้ถูกช่วงเวลา

            ขายคอนโดช่วงไหนถึงจะดีที่สุด? เก็บไว้ก่อนรอใกล้โอนห้องให้ดูแล้วค่อยขายดีหรือไม่ หรือว่าจะขายก่อนทำสัญญาไปเลย จะได้ไม่ต้องลงเงินเป็นก้อน และนี่ก็คือปัญหาที่หลายคนมักจะมีอยู่แล้วในใจ โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง ที่จะทำให้คอนโดนั้นขายได้กำไรมากหรือน้อย

สำหรับวิธีการขายคอนโดให้ได้กำไรนั้น ล้วนขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายใน ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีความสะดวกอย่างไร ในวันนี้ ทางเราจึงถือโอกาสเผยถึงมเทคนิคการวางกลยุทธ์ต่าง ๆ ไปจนถึงการแก้ไขปัญหา เพื่อจุดประสงค์ในการปิดการขายได้ตามเป้ามาให้ทุกท่านได้ศึกษา

ขายคอนโดในช่วง 1-4 สัปดาห์ หลังจากทำสัญญาเสร็จแล้ว

ตามปกติแล้ว การขายคอนโดจะเกิดขึ้นมากในช่วงเวลานี้ หลังจากที่อดทนกัดฟันจ่ายเงินไปทำสัญญาเป็นหลักแสน โดยที่รู้อยู่แล้วว่าห้องโครงการนั้นขายหมดไปแล้ว หรืออย่างน้อยที่สุดรู้ว่ามุมที่เราได้ซื้อไปนั้นไม่มีห้องเหลืออยู่แล้ว

กำไรที่ได้จากการขายคอนโด ก็ควรคิดจากค่าใช้จ่ายที่ได้เสียไปเป็นหลัก ไม่ใช่คิดราคาจากห้องรวม นั่นเป็นเพราะว่า ตราบใดที่ราคามันสูงกว่าการลงทุนประเภทอื่น ๆ ก็ถือว่าโอเคแล้ว หรือสมมติว่าจ่ายไป 300,000 บาท เอากำไรสัก 30% ก็ได้กลับมาประมาณ 90,000

ขายคอนโดช่วง  1-2 เดือนก่อนโอนกรรมสิทธิ์

การขายคอนโดในช่วงนี้ จะเริ่มมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกระบวนการก่อสร้าง เริ่มเสร็จเป้นรูปร่างขึ้นมาบ้างแล้ว สำหรับข้อดีของการขายช่วงนี้คือ คนที่มาซื้อต่อสามารถทำเรื่องกู้แบงค์ได้ในทันที จึงหมดกังวลเรื่องเงินก้อนได้เลย ที่สำคัญ ยังมีโอกาสทำกำไรได้สูงมาก ๆ ถ้าคอนโดอยู่ในทำเลที่ดี ซึ่งในทางกลับกัน ช่วงนี้คุณอาจไม่ได้กำไรเลยก็ได้ หากห้องในโครงการคอนโดเหลือขายเยอะมาก และห้องของคุณไม่มีอะไรเด่นเลย

ขายคอนโดช่วง 1-5 ปีหลังจากโอนกรรมสิทธิ์

สำหรับผู้ที่มีคำถามว่า ขายคอนโดช่วงไหนได้กำไรมากที่สุด? คำตอบคือในช่วงเวลา 1-5 ปี หลังจากโอนกรรมสิทธิ์จะดีที่สุด เพราะมีมีโอกาสและความเป็นไปได้ในการทำกำไรได้มาก ซึ่งกำไรที่ได้ยังไงต้องมีเกิน 3 แสนบาทขึ้นไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคนส่วนใหญ่โอนเพื่อเข้าอยู่อาศัยเอง จึงเป็นโครงการที่ได้รับความนิยมมาก สำหรับการซื้อมาปล่อยเช่าต่อ เนื่องจากมีโอกาสทำกำไรได้ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตาม ต้องห้ามลืมเอาชื่อเข้าทะเบียนบ้านอย่างน้อยหนึ่งปีด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินเป็นค่าภาษีธุรกิจเฉพาะนั่นเอง

เลือกซื้อบ้านอย่างไร ให้ปลอดภัยจากปัญหาบ้านทรุด

เลือกซื้อบ้านอย่างไร ให้ปลอดภัยจากปัญหาบ้านทรุด

เลือกซื้อบ้านอย่างไร ให้ปลอดภัยจากปัญหาบ้านทรุด

            ปัญหาบ้านทรุดนั้น ถึงแม้จะเกิดขึ้นไม่ง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะทุกวันนี้ยังมีข่าวคราวออกมาให้เห็นกันอยู่เป็นระยะ ทำให้การเลือกซื้อบ้านสักหลัง เหมือนกับการเสี่ยงโชคเข้าไปทุกขณะ ถ้าโชคดี ก็เหมือนกับถูกรางวัล เพราะจะได้บ้านที่ดี มีโครงสร้างแข็งแรง ทนแดด ทนฝน

นอกจากนี้ ปัญหาบ้านทรุด หรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดกับบ้านนั้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้เช่นกัน เนื่องด้วยทุกวันนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทำให้แต่ละบริษัทเร่งทำบ้านให้เสร็จเร็วไว เพื่อออกมาสู้กับคู่แข่ง โดยไม่ได้คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยมากนัก จึงทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้

การลงเสาเข็ม ขั้นแรกของการเลือกซื้อบ้านให้ปลอดภัยจากบ้านทรุด

สาเหตุสำคัญของการเกิดบ้านทรุดนั้น มาจากขั้นตอนตอกเสาเข็มที่มีระดับความลึกไม่ถึงชั้นทราย ทำให้เสาเข็มไม่สามารถรับน้ำหนักของบ้านได้เต็มที่ ซึ่งจะเกิดการทรุดตัวของบ้านได้เร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านจากโครงการจัดสรร หากมีบ้านในโครงการหลังทรุดตัวเมื่อไหร่ บ้านหลังอื่น ๆ ก็จะทรุดตัวตามไปด้วย

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบ้านทรุด ควรศึกษาข้อมูลว่าบ้านจากโครงการที่เราจะซื้อ มีระดับความลึกของเสาเข็มกี่เมตร ซึ่งข้อมูลการลงเสาเข็มนี้จะมีค่าเฉลี่ยของแต่ละพื้นที่อยู่ ว่าต้องมีความลึกของเสาเข็มกี่เมตร ต้องจำไว้ว่ารากฐานของบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้บ้านเกิดความทนทาน

ผนังบ้าน อีกสาเหตุของการเกิดปัญหาบ้านทรุด

“ผนังบ้าน” ก็เป็นตัวการทำให้เกิดปัญหาบ้านทรุดได้เช่นเดียวกัน เนื่องด้วยในทุกวันนี้ มีนัวตกรรมการก่อสร้างใหม่ ๆ เกิดขึ้นมามากมาย เช่น ผนังสำเร็จ (precast) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างได้เป็นอย่างดี แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถทุบส่วนใดของผนังได้เลย เพราะจะทำให้ส่วนอื่น ๆ พังลงมาทั้งหมด

เพื่อไม่เกิดปัญหาบ้านทรุด ควรเลือกซื้อบ้านจากโครงการที่สร้างด้วยอิฐมอญ เนื่องจากอิฐมอญจัดเป็นวัสดุก่อสร้าง ที่มีความทนทานยิ่งกว่าบรรดาวัสดุก่อสร้างชนิดอื่น ๆ จะเห็นได้จากสิ่งก่อสร้างในโบราณสถาน ส่วนใหญ่ล้วนทำมาจาก “อิฐมอญ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทนทานได้เป็นอย่างดี

เหตุผลอีกประการ ที่ทำให้เกิดปัญหาบ้านทรุดก็คือ เกิดการทรุดตัวของดินใต้ตัวบ้าน เนื่องจากไม่ได้ตอกเสาเข็มไว้ก่อนแต่แรก แล้วทำการต่อเติมนอกเหนือจากแบบที่โครงการกำหนด ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาทรุดตัวของบ้านได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้แล้ว อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการทรุดตัวของบ้านนั้น ก็อาจเกิดจากการทรุดตัวของชั้นใต้ดินตามธรรมชาติได้ด้วยเช่นเดียวกัน

บ้านที่แพงที่สุดในโลกประกาศขายแล้ว มูลค่า 13,000 ล้านบาท

บ้านที่แพงที่สุดในโลกประกาศขายแล้ว มูลค่า 13,000 ล้านบาท

บ้านที่แพงที่สุดในโลกประกาศขายแล้ว มูลค่า 13,000 ล้านบาท

            หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังเก็บเงินซื้อบ้านอยู่แล้วละก็ เราขอแนะให้รู้จักกับบ้านอีกหลังหนึ่ง เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก กับบ้านที่แพงที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่ริมชายหาดทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ถูกนำมาประกาศขายในราคา 350 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยมูลค่า 13,000 ล้านบาท

บ้านหรือคฤหาสน์สุดหรู ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสแห่งนี้ ได้ถูกนำมาประกาศขายโดยมีราคาอยู่ที่ 350 ล้านยูโร (410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือเป็นเงินไทยประมาณ 13,641,285,000 ล้านบาท ด้วยตัวบ้านขนาดใหญ่ถึง 35 เอเคอร์ บนพื้นที่กว่า 18,000 ตารางฟุต อีกทั้งยังอยู่ในย่านทำเลทอง อย่างริมหาด Saint-Jean-Cap-Ferrat ด้วย

Les Cèdres ถูกผสมผสานผ่านการตกแต่งได้อย่างลงตัว

บริเวณทางเข้าของบ้าน Les Cèdres จะมีประตูขนาดใหญ่ ถูกขนาบข้างด้วยต้นปาล์มและต้นสนซีดาร์สเขียวขจี พร้อมด้วยรูปปั้นศิลปะกรีกโบราณเสื้อคลุมหินอ่อนสอดแทรกอยู่เป็นระยะ ดูแล้วงามตาอย่างยิ่ง ส่วนภายในบ้านประกอบไปด้วย 14 ห้อง โดยห้องนั่งเล่นนั้นมีขนาดใหญ่ผ่านการตกแต่งอย่างหรูหรา

นอกจากนี้แล้วภายในบ้าน ยังถูกตกแต่งด้วยรูปภาพพอร์ทเทรดจากสมัยศตวรรษที่ 19 อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถูกนำมาผสมผสานเข้ากับประวัติศาสตร์ของบ้านหลังนี้ที่มีมายาวนานถึง 187 ปีได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญบ้านหลังนี้เคยอยู่ในครอบครองของมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ในแต่ละยุคมาแล้ว

ใครคือผู้สร้างบ้านหลังนี้

Les Cèdres ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1830 มีผู้เป็นเจ้าของคือ นายกเทศมนตรีเมือง Villefranche-sur-Mer ของฝรั่งเศส ผู้เนรมิตบ้านหลังนี้ให้กลายเป็นฟาร์มมะกอกออลิฟ เมื่อผ่านมาถึงปี 1904 บ้านจึงถูกขายต่อให้กับสมเด็จพระเจ้าเลออปอลที่ 2 แห่งเบลเยียม ผู้ซึ่งเคยปกครองประเทศคองโกอยู่ระยะหนึ่ง

จากกระทั่งเข้าสู่ปี 1924 หลังสมเด็จพระเจ้าเลออปอลที่ 2 สิ้นพระชนม์ลงได้เป็นเวลา 15 ปี บ้านหลังนี้ก็ตกเป็นของตระกูล Marnier-Lapost ผู้มีชื่อเสียงในการผลิตแอลกอฮอล์ในสมัยนั้น อย่าง ลิเคียวแกรนด์ มาเนียร์ คอนยัค และทริปเปิลเซค

เหตุผลที่ทำให้บ้านหลังนี้ตั้งประกาศขายอีกครั้ง

Les Cèdres ก็ยังคงตกเป็นของตระกูล Marnier-Lapostolle อยู่เรื่อยมา จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2016 บริษัทของตระกูล Marnier-Lapostolle ได้ถูก Davide Campari-Milano SpA ซื้อหุ้นไปจนกระทั่งกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในที่สุด จากนั้นจึงได้ตัดสินใจนำคฤหาสน์หลังนี้ขายออกสู่ท้องตลาดนั่นเอง

เคล็ดลับ ดูแลผนังคอนกรีตแต่ละประเภท

เคล็ดลับ ดูแลผนังคอนกรีตแต่ละประเภท

เคล็ดลับ ดูแลผนังคอนกรีตแต่ละประเภท

            ถึงแม้ในช่วงหนึ่ง กระแสของผนังคอนกรีตแบบเปลือยจะเงียบหายไปบ้าง แต่ทว่า ในทุกวันนี้ก็เริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระแสของการสร้างบ้านในสไตล์โมเดิร์นผสมผสานสไตล์ลอฟท์ ที่ต้องอาศัยความดิบของตัวผนังดังกล่าว มาเป็นหัวใจในการดำเนินเรื่อง

นอกจากนี้แล้ว ผนังคอนกรีตแบบเปลือยยังสามารถนำมาตกแต่งได้อย่างหลากหลาย ด้วยความดิบและด้านในตัวของมันเอง รวมถึงนำมาตกแต่งบ้านในสไตล์โมเดิร์น ที่ต้องการความโดดเด่นแต่เรียบง่าย มีความขัดแย้งกันแต่ดูแล้วกลมกลืนอย่างยิ่ง โดยสามารถแบ่งผนังออกเป็นแตะละประเภทได้ดังต่อไปนี้

ผนังคอนกรีตแบบเปลือยฉาบเรียบ หรือขัดมัน

สำหรับบ้านปลูกใหม่ที่วางแนวทางไว้แล้วว่า ต้องเป็นผนังคอนกรีตแบบเปลือยเท่านั้น ในขั้นตอนการทำผนังเปลือยแบบฉาบเรียบนั้นไม่มีความยุ่งยาก ตรงกันข้ามนั้น มันกลับทำได้ง่ายกว่าที่คิดเพียงใช้เทคนิคการฉาบทั่วไปเท่านั้น เพียงเพิ่มความหนาเป็น 2 เท่า

ส่วนขั้นตอนสุดท้ายของการทำผนังแบบเปลือยคือ ต้องพรมน้ำ พร้อมกับใช้เกรียงขัดลงไปบนพื้นผิวจนเกิดความมันเงาและเรียบ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถผสมสีลงไปได้ตามต้องการอีกด้วย เพื่อให้เข้ากับตัวบ้านที่สุด

ผนังคอนกรีตแบบเปลือย Skim Coat

จัดเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของผนังคอนกรีต ที่ถูกคิดค้นขึ้นมา เพื่อตอบสนองความรวดเร็วฉับไว อีกทั้งยังทำให้การรีโนเวทบ้านหลังเก่าเป็นเรื่องง่าย ด้วยคุณสมบัติที่มีความหนาเพียง 3 มิลลิเมตรเท่านั้น จึงสามารถทำการฉาบทับลงไปบนพื้นผิวผนังเก่าได้หลากหลายรูปแบบ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะมันยังมีสีสันที่หลากหลาย รวมถึงสามารถสร้าวลวดลายลงไปบนผนังได้อีกด้วย เหมาะกับบ้านในสไตล์ลอฟท์ที่สุด

ผนังคอนกรีตแบบเสริมเหล็ก

ผนังคอนกรีตแบบเสริมเหล็ก ส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ถูกปล่อยทิ้งไว้เปล่าเปลือยตั่งแต่ต้น โดยไม่ต้องทำการฉาบให้เกิดความวุ่นวาย ก็ได้ผนังปูนเปลือยที่ดูดิบและเท่ได้อย่างง่ายดาย เพียงใช้แบบหล่อที่เป็นเหล็กหรือโลหะก็จะได้แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปออกมา ที่มีความมันวาวสวยงามอย่างยิ่ง

ในส่วนของการดูแลผนังคอนกรีตแบบปูนเปลือยประเภทต่าง ๆ อาจต้องใช้เทคนิค และความชำนาญเฉพาะด้านในพื้นฐานงานช่าง อีกทั้งยังต้องวางแผนระบบท่อร้อยสายไฟไปพร้อมกันอีกด้วย และให้ลงน้ำยาเคลือบผิว น้ำยาต้านการดูดซึมน้ำลงไปบนพื้นผิวเป็นประจำทุก ๆ 1-2ปี เพื่อการดูแลรักษาและปกป้องผนังจากคราบสกปรกต่าง ๆ