บ้านที่แพงที่สุดในโลกประกาศขายแล้ว มูลค่า 13,000 ล้านบาท

บ้านที่แพงที่สุดในโลกประกาศขายแล้ว มูลค่า 13,000 ล้านบาท

บ้านที่แพงที่สุดในโลกประกาศขายแล้ว มูลค่า 13,000 ล้านบาท

            หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังเก็บเงินซื้อบ้านอยู่แล้วละก็ เราขอแนะให้รู้จักกับบ้านอีกหลังหนึ่ง เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก กับบ้านที่แพงที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่ริมชายหาดทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ถูกนำมาประกาศขายในราคา 350 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยมูลค่า 13,000 ล้านบาท

บ้านหรือคฤหาสน์สุดหรู ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสแห่งนี้ ได้ถูกนำมาประกาศขายโดยมีราคาอยู่ที่ 350 ล้านยูโร (410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือเป็นเงินไทยประมาณ 13,641,285,000 ล้านบาท ด้วยตัวบ้านขนาดใหญ่ถึง 35 เอเคอร์ บนพื้นที่กว่า 18,000 ตารางฟุต อีกทั้งยังอยู่ในย่านทำเลทอง อย่างริมหาด Saint-Jean-Cap-Ferrat ด้วย

Les Cèdres ถูกผสมผสานผ่านการตกแต่งได้อย่างลงตัว

บริเวณทางเข้าของบ้าน Les Cèdres จะมีประตูขนาดใหญ่ ถูกขนาบข้างด้วยต้นปาล์มและต้นสนซีดาร์สเขียวขจี พร้อมด้วยรูปปั้นศิลปะกรีกโบราณเสื้อคลุมหินอ่อนสอดแทรกอยู่เป็นระยะ ดูแล้วงามตาอย่างยิ่ง ส่วนภายในบ้านประกอบไปด้วย 14 ห้อง โดยห้องนั่งเล่นนั้นมีขนาดใหญ่ผ่านการตกแต่งอย่างหรูหรา

นอกจากนี้แล้วภายในบ้าน ยังถูกตกแต่งด้วยรูปภาพพอร์ทเทรดจากสมัยศตวรรษที่ 19 อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถูกนำมาผสมผสานเข้ากับประวัติศาสตร์ของบ้านหลังนี้ที่มีมายาวนานถึง 187 ปีได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญบ้านหลังนี้เคยอยู่ในครอบครองของมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ในแต่ละยุคมาแล้ว

ใครคือผู้สร้างบ้านหลังนี้

Les Cèdres ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1830 มีผู้เป็นเจ้าของคือ นายกเทศมนตรีเมือง Villefranche-sur-Mer ของฝรั่งเศส ผู้เนรมิตบ้านหลังนี้ให้กลายเป็นฟาร์มมะกอกออลิฟ เมื่อผ่านมาถึงปี 1904 บ้านจึงถูกขายต่อให้กับสมเด็จพระเจ้าเลออปอลที่ 2 แห่งเบลเยียม ผู้ซึ่งเคยปกครองประเทศคองโกอยู่ระยะหนึ่ง

จากกระทั่งเข้าสู่ปี 1924 หลังสมเด็จพระเจ้าเลออปอลที่ 2 สิ้นพระชนม์ลงได้เป็นเวลา 15 ปี บ้านหลังนี้ก็ตกเป็นของตระกูล Marnier-Lapost ผู้มีชื่อเสียงในการผลิตแอลกอฮอล์ในสมัยนั้น อย่าง ลิเคียวแกรนด์ มาเนียร์ คอนยัค และทริปเปิลเซค

เหตุผลที่ทำให้บ้านหลังนี้ตั้งประกาศขายอีกครั้ง

Les Cèdres ก็ยังคงตกเป็นของตระกูล Marnier-Lapostolle อยู่เรื่อยมา จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2016 บริษัทของตระกูล Marnier-Lapostolle ได้ถูก Davide Campari-Milano SpA ซื้อหุ้นไปจนกระทั่งกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในที่สุด จากนั้นจึงได้ตัดสินใจนำคฤหาสน์หลังนี้ขายออกสู่ท้องตลาดนั่นเอง

ทำไม สนามฟุตบอลหญ้าเทียมถึงได้รับความนิยม

ทำไม สนามฟุตบอลหญ้าเทียมถึงได้รับความนิยม

ทำไม สนามฟุตบอลหญ้าเทียมถึงได้รับความนิยม

            หากมองย้อนกลับไม่กี่ปี ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมยังคงไม่ได้รับความนิยมมากนัก หลายคนยังคงจำกลลิ่นหอมของไอดินใบหญ้าและสัมผัสของหญ้าจริง ที่เคยร่วมเล่นกับเพื่อนได้ในวัยเด็กได้ ด้วยความต้องการเล่นฟุตบอลของผู้คนที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้สนามฟุตบอลหญ้าจริงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

สนามฟุตบอลหญ้าเทียมจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อสนองความต้องการเหล่านี้ ด้วยวัสดุที่สามารถทดแทนหญ้าจริงได้ แต่มีความทนทานแข็งแรงมากกว่า ที่สำคัญ ขึ้นตอนในการบำรุงดูแลรักษา ยังทำได้ง่ายกว่าหญ้าจริงอีกด้วยเช่นกัน

หญ้าเทียมมีความคงทนสูงมาก     

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า สนามฟุตบอลที่ทำจากหญ้าเทียมมีความทนทานสูงมาก เนื่องจากถูกผลิตขึ้นมาจากไฟเบอร์ Fiber หนึ่งในวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้สนามฟุตบอลที่ทำจากหญ้าไฟเบอร์มีอายุการใช้งานที่ยาวนามมาก ทำให้หญ้าคงสภาพความเขียวขจีได้ดีกว่าหญ้าจริง

ที่สำคัญ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม ยังส่งผลให้การเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอลมีความสม่ำเสมอ เนื่องจากระดับของพื้นหญ้าที่เรียบสม่ำเสมอกัน อีกทั้งยังมีความหนาแน่นที่มั่นคงต่างจากหญ้าจริง ที่เมื่อเข่าสู่ฤดูฝนจะไม่สามารถใช้งานได้ หรือเมื่อเข้าสู่หน้าแล้งก็จะทำให้หญ้างจริงเหี่ยวเฉา

หญ้าเทียมช่วยลดการบาดเจ็บระหว่างเล่นได้

กีฬาทุกชนิดมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล ซึ่งหญ้าเทียมสามารถเข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ได้ เนื่องจากมีนวัตกรรมที่สามารถซึมซับแรงกระแทกได้ ไม่ว่าจะเป็นเม็ดยางพาราที่มีความนิ่มเหมือนกับดินจริงไม่มีผิด อีกทั้งยังมี Shock Pads ที่ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นแผ่นยาง เมื่อนำมาติดตั้งไว้ข้างใต้ ก็จะสามารถรองรับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น

หญ้าเทียมมีความมั่นคงทางสภาพอากาศ

เนื่องจากสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ไม่ต้องอาศัยการสังเคราะห์แสงเหมือนหญ้าจริง จึงไม่มีความจำเป็นใดใดทั้งสิ้นที่จะต้องให้แสงแดดส่งลงมาถึง ถ้าหากเป็นหญ้าจริงนั้น ต้องให้ความสำคัญกับแสงแดดมากที่สุด เพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หญ้าเจริญเติบโตต่อไปได้

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้สนามฟุตบอลหญ้าจริงหลายแห่ง ต้องทำหลังคาแบบเปิดโล่งเพื่อให้แสงสามารถส่องลงมาได้อย่างทั่วถึง ซึ่งหลังคาที่เปิดโล่งนี้เอง หากฝนตกลงมาก็จะทำให้เกิดน้ำท่วมขังไม่สามารถเล่นได้ ถือเป็นของเสียของหญาจริงที่ไม่มีความมั่นคงทางสภาพอากาศ