รอบรู้เรื่องบ้าน ครัว สวน

โปรเจคเตอร์ ช่วยสร้างโรงหนังง่ายๆที่บ้านคุณ

3.1โปรเจคเตอร์ อุปกรณ์สร้างโรงหนังย่อมๆในบ้านของคุณ

โปรเจคเตอร์ (Projector) เป็นเทคโนโลยีที่มีมานาน และปัจจุบันเหมาะกับหลายๆคนมีงานอดิเรกคือการดูหนัง แต่จะให้ไปดูหนังทุกเรื่องที่โรงหนัง ค่าใช้จ่ายก็คงจะสูงมาก แต่ถ้าซื้อแผ่นมาเปิดที่บ้านก็ได้ภาพและเสียงที่ไม่ได้ อรรถรสเท่ากับการดูที่โรงหนัง อยากจะยกโรงหนังมาไว้ที่บ้านคุณเองเลย แต่ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นเราก็สามารถสร้างโรงหนังเองง่ายๆได้ที่บ้านของคุณเอง เพราะในปัจจุบัน เทคโนโลยีต่างๆมีการพัฒนามาเพื่อเอาใจคอหนังอย่างเราๆให้เลือกมากมาย มาดูกันว่าจะสร้างโรงหนังที่บ้านเองจะต้องเตรียมอะไรบ้าง

1.ห้องดูหนัง

อย่างแรกที่ต้องเตรียมคือห้องเปล่าที่ไม่เล็กจนเกินไปและไม่มีหน้าต่าง สามารถเก็บเสียงได้ระดับหนึ่ง หรือหากที่บ้านไม่มีห้องแต่มีพื้นที่สำหรับพักผ่อนเป็นพื้นที่โล่งๆก็ใช้ได้ (หากไม่กังวลเรื่องเสียง) หากได้เป็นห้องให้พิจารณาว่าเราต้องการเก็บเสียงเพื่อป้องกันการรบกวนจากภายนอกหรือป้องกันเสียงออกไปรบกวนเพื่อนบ้าน ก็ให้ทำการบุผนังห้องเพิ่มเติมด้วยวัสดุที่เก็บเสียง แต่หากไม่มีปัญหาเรื่องเสียงก็เพียงแค่ทาสีหรือติดวอลเปเปอร์ธรรมดาก็ได้ หากห้องมีหน้าต่างก็ปิดและหาวัสดุอะไรมาปิดทับเพื่อไม่ให้แสงลอดเข้ามา แสงไฟก็ควรจะติดให้มีทั้งแบบอ่อนๆพอมองเห็นทางและสว่างเพื่อไว้หาหนังหรือติดตั้งอุปกรณ์ กรณีที่เป็นพื้นที่โล่ง หรือเป็นโซนรับแขก คุณต้องแน่ใจว่าจะมีพื้นที่มากพอในการติดตั้งอุปกรณ์ไม่เกะกะขว้างทางเดิน และที่สำคัญเสียงไม่รบกวนเพื่อนบ้าน

2.โซฟา/ที่นั่ง

สิ่งที่จะทำให้คล้ายคลึงกับโรงหนังมากที่สุดก็คงจะเป็นเก้าอี้ดูหนัง อยากจะได้เก้าอี้ที่เบาะใหญ่ๆนั่งสบายๆในโรงหนังก็คงต้องเพิ่มเงิน แต่ถ้าเรามีโรงหนังที่บ้านเราจะเลือกที่นั่งแบบไหนก็ได้ จะเป็นโซฟา หรือที่นอนก็เยี่ยมไปเลย นอกเหนือจากที่เราจะไว้นั่งดูหนังแล้วเราก็ยังสามารถทำห้องนี้ให้กลายเป็นห้องกิจกรรมอย่างอื่นก็ได้

3.ชุดเครื่องเสียง/อุปกรณ์ฉาย

สิ่งที่ทำให้เราดูหนังในโรงแล้วสนุก น่าตื่นเต้น คือ ภาพและเสียงที่อลังการ ทำให้ได้อารมณ์ร่วมกับหนัง ฉะนั้นแล้วเราก็ต้องทำให้ใกล้เคียง โดยสามารถหาซื้อเครื่องเสียงหรือโฮมเธียเตอร์ จะชุดเล็กหรือชุดใหญ่ก็แล้วแต่ขนาดห้องหรือความชอบส่วนตัว ในส่วนของจอภาพนั้นหลักๆจะมีอยู่สองตัวเลือก คือ จอทีวีและโปรเจคเตอร์ แต่สองอย่างนี้มีความต่างกันอยู่

1.จอทีวี จะมีข้อจำกัดในเรื่องของขนาด เพราะปัจจุบันมีทีวีที่ขนาดใหญ่สุด 110 นิ้ว หากใครที่อยากได้จอภาพที่ใหญ่มากๆก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่จอทีวีจะได้เปรียบเรื่องความคมชัด

2.โปรเจคเตอร์ เรื่องของขนาดไม่ใช่ปัญหาเพราะเครื่องจะต้องฉายบนผืนผ้าใบซึ่งเราสามารถจะกำหนดความใหญ่มากแค่ไหนก็ได้ หากไม่มีผ้าเราก็สามารถฉายกับผนังสีขาวหรือพื้นที่เรียบๆที่สีอ่อนๆ เรื่องความคมชัดของภาพหลายคนอาจจะไม่ถูกใจ เพราะความละเอียดจะน้อยว่าทีวี แต่โปรเจคเตอร์เดี๋ยวนี้มีการพัฒนามาก ภาพที่ได้เรียกได้ว่า HD กันเลยทีเดียว ไม่เสียอรรถรสในการชมแน่นอน หากเบื่อที่จะต้องดูภายในห้อง เราก็สามารถยกเครื่องไปทำเป็นหนังกลางแปลงข้างนอกบ้านได้ด้วย เพียงแค่กางผ้าใบสีขาว แถมต้นทุนถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับทีวี ในการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ พิจารณาจากการใช้งานว่าเราต้องการดูอะไร ต้องการความละเอียดคมชัดของภาพมากแค่ไหน ราคาก็จะแยกได้ตามคุณสมบัติของเครื่อง